เสียงธรรมจากห้อง “เมตตาภิรมย์กรรมฐาน”
วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568
เรื่อง กรรมฐานยามศึก
โดย อาจารย์ คณานันท์ ทวีโภค
กำหนดสติสำรวมจิตมีสติกำหนดรู้ในกาย ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมทั่วร่างกายพร้อมกับความรู้สึกผ่อนคลายปล่อยวาง ผ่อนคลายร่างกายกล้ามเนื้อทุกส่วนปลดปล่อยกำลังทั่วกายพร้อมกับจิตกำหนดพิจารณาตัดร่างกายขันธ์ ๕ ไม่สนใจในอาการทางกาย วางกายจนจิตเข้าถึงความสงบนิ่ง กำหนดเข้าถึงความสงบระงับในกายสังขาร ในเวทนาความรู้สึกที่เกี่ยวเนื่องกับกายทั้งหมด ปล่อยวาง วางกายทิ้งกายทิ้งขันธ์ ๕ จนเหลือเพียงจิตรู้ตื่นอยู่ จากนั้นจับลมหายใจ กำหนดจินตภาพเห็นลมหายใจเป็นเหมือนกับแพรวไหมพริ้วผ่านเข้า ออก ลมหายใจละเอียดเบาผ่านเข้าออกกายของเรา เมื่อลมหายใจละเอียดเบาสงบ ทรงสภาวะความสงบของใจ ลมหายใจที่ละเอียดเป็นอุปจารสมาธิ เป็นช่วงที่จิตนั้นสามารถใช้กำลังของคาถา อารมณ์ใจที่สบายเบาสงบ ทรงสภาวะทรงอารมณ์ความสบายความเบาความสงบนี้ไว้ให้มีสภาวะทรงตัว เมื่อจิตสงบเบาละเอียดดีแล้วมีความทรงตัวในฌานในสมาธิดีแล้วเราก็เคลื่อนจิตเข้าสู่ความสงบสู่ฌานที่สูงขึ้น กำหนดหยุดจิตนิ่งหยุด หยุดจิตจนเข้าถึงเอกัคคตารมณ์อุเบกขารมณ์ กำหนดรู้ นิ่งในนิ่ง หยุดในหยุด หยุดจิตหยุดการปรุงแต่ง ให้จิตของเรานิ่ง ทรงสภาวะความหยุดความนิ่งกำหนดรู้หยุดเป็นตัวสำเร็จ สำเร็จในอภิญญาสำเร็จในการคาถา สำเร็จในจิตตานุภาพ สำเร็จในแรงอธิษฐาน นิ่งหยุด หยุด หยุดสงสัยหยุดปรุงแต่งหยุดอกุศลกรรม หยุดความโลภโกรธหลง หยุดนิวรณ์ ๕ ประการ หยุด เมื่อจิตหยุดเข้าถึงฌาน ๔ ในอานาปานสติกรรมฐานแล้ว เราก็กำหนดภาพจิตที่หยุดเป็นจุดที่นิ่ง นิ่งหยุดจากจุดที่หยุด ค่อยๆขยายขึ้นเป็นภาพเป็นเส้นกลม เส้นวงกลม เส้นวงกลมค่อยๆขยายขนาดวงกลมขึ้นเป็นภาพ ๒ มิติ พอเส้นวงกลมเริ่มขยายขนาดใหญ่ขึ้น กำหนดน้อมนึกจากเส้นวงกลม ๒ มิติให้กลายเป็นลูกแก้วกลมใส ๓ มิติ กำหนดภาพลูกแก้วใสค่อยๆใสขึ้นขยายใหญ่ขึ้นสว่างขึ้น ทรงสภาวะที่เห็นดวงแก้วสว่างใสใจเป็นสุข ใจเอิบอิ่มจดจ่อตั้งมั่นอยู่กับดวงแก้วสว่าง จากดวงแก้วสว่างที่เป็นอุคคหนิมิต ค่อยๆปรับภาพทรงสภาวะจากดวงแก้วสว่างให้กลายเป็นปฏิภาคนิมิตคือเป็นเพชรระยิบระยับแพรวพราวความเป็นเพชรระยิบระยับแพรวพราวสว่างมีเส้นแสงรัศมีของจิต กำหนดน้อมนึกอธิษฐาน เชื่อมโยงจิตของเราเป็นหนึ่งเดียวกับภาพนิมิตของกสิณ จิตคือกสิณกสิณคือจิต จิตเป็นปฏิภาคนิมิต จิตประภัสสรจิตทรงความเป็นทิพย์อภิญญา เห็นจิตใสสว่างเป็นเพชรระยิบระยับสว่างขึ้น ใสขึ้น สว่างขึ้นใสขึ้นเปล่งประกายเต็มกำลัง ทรงสภาวะจิตอธิษฐานวสี ขอให้จิตข้าพเจ้าเข้าถึงสภาวะจิตประภัสสรเต็มกำลัง จิตอันเป็นทิพย์เต็มกำลัง จิตเข้าถึงปฏิภาคนิมิตคือฌาน ๔ ของกสิณได้สว่างใสชัดเจนเต็มกำลัง ขอจิตตานุภาพกำลังอันอยู่เหนือธาตุทั้ง ๔ กสิณทั้ง ๑๐ จงปรากฏขึ้นกับจิตของข้าพเจ้า จากนั้นกำหนดให้เห็นจิตประภัสสรสว่างอีกครั้งหนึ่งใสละเอียดระยิบระยับจิตเป็นสุข เข้าสู่อารมณ์ของกสิณอันเป็นปฏิภาคนิมิตเต็มกำลังสว่างระยิบระยับเส้นแสงรัศมีของจิตเป็นคลื่นกระแสของเมตตา เป็นคลื่นรัศมีของจิตตานุภาพอันเกิดขึ้นจากบุญฤทธิ์คือแสงสว่างที่จิตนั้นได้สะสมผลบุญจากทานศีลภาวนารวมตัวกัน แสงสว่างของจิตเกิดขึ้นจากกำลังบุญ เกิดขึ้นจากกำลังกรรมฐาน เกิดขึ้นจากกำลังของการฝึกปฏิบัติในการเจริญจิตแผ่เมตตา สว่างขึ้นใสขึ้นจากจิตที่สะอาดในการเจริญวิปัสสนาญาณทั้งหมดรวมแล้วก่อให้เกิดเป็นความสว่างเป็นรัศมีของจิต เป็นความสะอาดเป็นความผ่องใสเป็นความสว่างของจิต
กำหนดอธิษฐานจิตเปล่งประกายให้จิตเราเปล่งแสงสว่างรัศมีจิตเต็มกำลัง สว่างที่สุดเท่าที่จะสว่างได้ สว่างแล้วสว่างได้เพิ่มพูนขึ้นไปอีก ใสแล้วใสขึ้นไปอีก ระยิบระยับละเอียดแล้วระยิบระยับเพิ่มขึ้นไปอีก เป็นสุขแล้วยิ่งเป็นสุขยิ่งขึ้นไปอีก ฝึกซ้อมที่จะดึงกำลังจิตให้การฝึกการปฏิบัติการเจริญพระกรรมฐานของเราทุกครั้งมีกำลังแห่งฌานสมาบัติ มีกำลังแห่งสมถกรรมฐาน กำลังแห่งกสิณ กำลังแห่งความผ่องใสเต็มกำลังทุกครั้ง เมื่อจิตเราสว่างผ่องใสเต็มกำลังเราก็อธิษฐานต่อไป เดินจิตจากกสิณขึ้นสู่อรูปสมาบัติ กำหนดว่ามีเพียงแต่จิตเราที่ประภัสสรสว่างอยู่ จากนั้นเห็นทุกสรรพสิ่งที่เป็นรูปเป็นวัตถุสลายกลายเป็นความว่างทั้งหมด จิตของเราเปล่งประกายสว่างผ่องใสอยู่ท่ามกลางความว่าง ไร้รูปไร้วัตถุทุกสรรพสิ่งเป็นความโล่งว่างไปทั้งหมด ดับล้างทุกสรรพสิ่ง วัตถุ คลื่นกระแส คลื่นการกระทบจิต ภาพจำความทรงจำทั้งหลาย สัญญาความทรงจำทั้งหลาย คลื่นกระแสที่มากระทบผ่านอายตนะทั้งหลาย สลายล้างเป็นความว่างทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งดับล้างอวิชชาคุณไสย ดับล้างอกุศล ภาพจำกระแสจิตกระแสอารมณ์แห่งความรักโลภโกรธหลงอาฆาตพยาบาทจองเวรในจิตเราทั้งปวง สลายล้างเป็นความว่าง ดับล้างด้วยอรูปฌาน สลายไปจนเหลือแต่เพียงจิตอันประภัสสรสว่าง จิตสว่างผ่องใสเต็มกำลัง คลื่นกระแสอวิชชาทั้งหลายสลายไปให้หมด เมื่อทรงอารมณ์แห่งอรูป จิตสว่างประภัสสรอยู่ท่ามกลางความว่างทรงอารมณ์นี้ไว้ ไม่กระทบไม่ปรุงไม่รับ ดับล้างว่างโล่งเบาสว่าง กำหนดรู้จิตเรากำลังทรงสมาบัติ ๘ ทรงอารมณ์ให้มีความเสถียรตั้งมั่นราบรื่น เพาะบ่มเป็นตบะเดชะกำลังจิตอภิญญา นิ่งสงบว่าง จากนั้นกำหนดจิตอธิษฐานขออาราธนากำลังแห่งพุทธานุภาพของพระพุทธองค์ พุทธบารมีของสมเด็จองค์ปฐม ขอเมตตาปรากฏเป็นสมเด็จองค์ปฐมทรงเครื่องจักรพรรดิเต็มกำลัง ปรากฏสถิตรักษาปรากฏขึ้นอยู่ในจิตของข้าพเจ้า บารมีพุทธานุภาพ ภาพพุทธนิมิตของสมเด็จองค์ปฐมขยายใหญ่ขึ้นจนคลุมกายของเราไว้ทั้งหมด กายเนื้อทั้งหมดคลุมจิตเราไว้ทั้งหมดขยายใหญ่สว่างขึ้น กำหนดตั้งจิตอธิษฐาน “ พุทธังกำแพงแก้ว ธัมมังกำแพงแก้ว สังฆังกำแพงแก้ว ” พุทธานุภาพอันไม่มีประมาณนี้พิทักษ์รักษาคุ้มครองจิตของข้าพเจ้าจากอวิชชาทั้งปวง จากความโลภโกรธหลงทั้งปวงจากมลทินเครื่องเศร้าหมองทั้งหลายทั้งปวงจากวิบากอกุศลกรรมทั้งปวง กำหนดเห็นจิตของเราอยู่ภายในองค์พระสว่าง น้อมจิตพิจารณาว่าไม่มีสิ่งใดไม่มีกระแสใดไม่มีอวิชชาใดที่จะมาทำร้ายไม่ว่าจะเป็นกายหรือจิตของเรา กำลังพุทธานุภาพไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ
จากนั้นอธิษฐานจิตขอบารมีพระพุทธองค์ทรงสงเคราะห์ ขอยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นไปบนพระนิพพานด้วยกำลังของมโนมยิทธิ จากนั้นกำหนดจิตพุ่งขึ้นไปเป็นแสงสว่างและขึ้นไปปรากฏเป็นกายพระวิสุทธิเทพอยู่เบื้องหน้าสมเด็จองค์ปฐมบนพระนิพพาน พร้อมด้วยมหาสมาคมคือพระพุทธเจ้าทุกพระองค์พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์พระอรหันต์ทุกๆพระองค์บนพระนิพพาน จากนั้นแยกอทิสมานกายกราบทุกท่านแต่ละพระองค์ กราบลงแทบเบื้องพระบาทโดยตรงทุกพระองค์ทำความรู้สึกว่าเราแยกกายได้อย่างไม่มีที่สุดไม่มีประมาณนับไม่ถ้วน เมื่อกราบลงแล้วเราก็อธิษฐานจิตนะ ในยามที่บ้านเมืองมีศึกสงครามมาประชิดเกิดความทุกข์ร้อนเกิดความวุ่นวายขึ้น ข้าพเจ้าทั้งหลายขอตั้งจิตอธิษฐาน ขอพุทธานุญาตในการใช้กำลังจิตฤทธิ์อภิญญาสมาบัติทั้งหลายในการช่วยคุ้มครองพิทักษ์รักษาผืนแผ่นดินชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงนี้ให้เราทำความเข้าใจนะ เหตุที่เรารักษาชาติรักษาแผ่นดินผืนนี้ไว้ เหตุเพราะผืนแผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินที่พระพุทธองค์คือพระพุทธเจ้าองค์พระสมณโคดมพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับที่พระธาตุจอมกิตติและอธิษฐานฝากดินแดนนี้ไว้เป็นสถานที่จารึกพระพุทธศาสนาให้ครบถ้วน ๕๐๐๐ ปี ดังนั้นเรารักษาชาติรักษาบ้านเมืองรักษาแผ่นดินรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็เพื่อที่จะให้พระพุทธศาสนาดำรงคงอยู่ได้จนครบ ดังนั้นขอให้แรงอธิษฐานของข้าพเจ้านี้เทวดาพรหมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั่วสากลพิภพทั่วสากลจักรวาลที่เป็นสัมมาทิฐิ มีความเคารพในพระพุทธศาสนา เคารพในพระพุทธเจ้ามาเป็นกำลังมาเป็นเทพฤทธิ์อิทธิฤทธิ์ปกปักรักษาคุ้มครองให้การใช้กำลังจิตตานุภาพอภิญญาจิตของข้าพเจ้าทั้งหลายเกิดผลประสิทธิ์สัมฤทธิ์เป็นที่อัศจรรย์ในทุกครั้ง ด้วยเหตุที่ข้าพเจ้าตั้งกำลังใจไว้ตรงไว้ถูกด้วยเถิด จากนั้นก็ให้เรายังกำหนดอยู่บนพระนิพพานอยู่เบื้องหน้าพระท่านนะ น้อมจิตพิจารณาว่าการที่เราจะใช้กำลังสมาธิกำลังกรรมฐานในยามศึกสงครามเป็นกรรมฐานกลางศึก เราหลายๆคนเกือบทุกคนตั้งใจว่าชาตินี้จะปฏิบัติเพื่อพระนิพพานหรือแม้แต่ท่านที่เป็นพระโพธิสัตว์หรือพุทธภูมิโดยเฉพาะยิ่ง ถ้าท่านยกจิตขึ้นสู่ความเป็นพระโพธิสัตว์คือมีจิตเมตตาเอ็นดูต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายพระท่านก็ยับยั้งว่าเราไม่ใช่เป็นสายปราบเหมือนพระนารายณ์ที่เป็นฝ่ายล้าง เราเป็นสายโปรดก็คือโปรดสัตว์สงเคราะห์เกื้อกูลสรรพสัตว์ ดังนั้นขอบเขตที่เราจะใช้ฤทธิ์อภิญญาได้ก็อยู่ในเขตที่ไม่ผิดจากศีล ๕ คือไม่ได้พรากไม่ทำลายชีวิตผู้อื่น ดังนั้นข้อนี้ถือว่าเป็นข้อสำคัญเพราะพระท่านเตือน ถึงเป็นพุทธภูมิถ้าหากไปทำในสิ่งที่เราไปทำลายชีวิตผู้อื่นทำร้ายผู้อื่นมันก็จะทำให้มรรคผลพระนิพพานเนิ่นนาน เกิดวิบากกรรมขึ้นดังนั้นเราจะใช้ในขอบเขตของการป้องกันการสงเคราะห์การเกื้อกูลเป็นหลัก ส่วนภาคปราบก็คือกำจัดทำลายล้างผลาญ อันนี้ก็ให้ท่านที่เขามีหน้าที่อธิษฐานมาทำแต่ถึงเวลาเราก็ต้องยังไปช่วยท่านที่เขาเสียสละมาทำหน้าที่ภาคปราบคือยังไงพุทธภูมิด้วยกันพระท่านก็ถือว่าเป็นพุทธประเพณีอย่างหนึ่งของพุทธภูมิ คือเป็นหน่อเนื้อพุทธางกูรด้วยกัน ต้องช่วยเหลือกันหากท่านใดพลาดพลั้งลงไปตกนรกไปถ้าเราอยู่ในวิสัยที่พระท่านมาตามลุงพุฒท่านมาตามให้ไปช่วยก็ต้องไปช่วย แต่รอบนี้มีอยู่ท่านหนึ่งบุคคลหนึ่งบุคคลนี้ก็ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญเป็นพุทธภูมิ อุปบารมีแต่ว่ายังเป็นเบื้องต้นกำลังมีกำลัง กำลังมีบริวารกำลังมีอำนาจมาก อันนี้ก็ถือว่าพระท่านมาสั่งอันนี้ท่านสั่งอาจารย์เป็นพิเศษ ถึงเวลาบุคคลนี้ไม่จำเป็นต้องไปช่วย บุคคลนี้นี่แม้แต่หลวงตามหาบัวตอนแรกท่านเห็นเป็นพุทธภูมิท่านยังไม่ได้ใช้ญาณกำหนดรู้ต่อ แต่ถึงเวลาทางพระท่านก็มาบอกหลวงตามหาบัวว่าคนนี้ไม่ได้ ขั้นสุดแล้วแล้วก็เป็นวาระเป็นชาติที่เขาต้องมาเสวย เรียนรู้ประสบการณ์ในการลงไปข้างล่างถึงสุด บุคคลนี้พระท่านบอกว่าไม่ต้องไปช่วยปล่อยเขาไปสำหรับคนอื่นที่เป็นพุทธภูมิเราก็ยังต้องไปช่วยเพราะเหตุในการตั้งกำลังใจของความเป็นพุทธภูมินั้น คิดว่าเราต้องการเป็นใหญ่โลภโมโทสันบ้าอำนาจเกินจนละเมิดล่วงเกินพระโพธิสัตว์ท่านอื่น พระมหาโพธิสัตว์คือในหลวงรัชกาลที่ ๙ ล่วงละเมิดเกินศีลเกินธรรม แล้วก็ไม่ได้มีกำลังใจที่ทำเพื่อชาติบ้านเมืองเลยแม้แต่น้อย ต้องการความเป็นใหญ่ต้องการความเป็นเลิศต้องการความเป็นหนึ่งกับตัวเองคนเดียวดังนั้นตั้งกำลังใจผิดสอบตกก็ต้องไปเจอประสบการณ์ตรงอันนี้ก็เล่าก็ไม่ได้บอกหมายถึงใครนะแต่ว่าทุกคนก็มีภาพผุดรู้ขึ้นมาจิตเองอยู่แล้ว อันนี้คือสิ่งที่พระท่านสั่งบุคคลพิเศษถือว่าเป็นวีไอพี ยกเว้นไว้คนเดียว คราวนี้ต่อมาในสิ่งที่เราฝึกฝนปฏิบัติกัน หน้าที่ที่เราสามารถทำได้ให้เราตระหนักรู้ไว้สิ่งหนึ่งว่ากรรมฐานที่เราฝึกกันในห้องเมตตาสมาธิ เราฝึกกันเหมือนกับเปรียบถ้าเป็นทหารก็ถือว่าเป็นหน่วยซีลป็นกองกำลังพิเศษที่ฝึกฝนเข้มข้น สมถะเราฝึกเข้าฌานเพียงแค่ลัดนิ้วมือเดียวในทุกสถานการณ์ยืนเดินนั่งนอนหลับตาลืมตาทำได้หมด ทรงจิตในกสิณทำได้หมดยกจิตขึ้นพระนิพพานตลอดเวลาทำได้หมดอาราธนาบารมีพระทำได้หมด กำหนดทรงอารมณ์พระนิพพานทำได้หมด มีความคล่องตัวรวดเร็วแค่ลัดนิ้วมือเดียวกันได้ทุกคนหรือเกือบทุกคน ดังนั้นทุกสิ่งที่เราทำได้หรือการเดินจิตทั้งหลายที่เราฝึกที่เราปฏิบัติมาในยามศึกสงครามที่เราสามารถใช้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบุคคลใดที่เป็นทหารตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในชายแดน ถ้ายิ่งฝึกอย่างที่พวกเราฝึกและดึงใช้คำว่าใช้ฌาน ๔ ใช้งาน กรรมฐานใช้งาน อภิญญาใช้งานคือมีสมาธิและสามารถนำไปใช้งานได้จริงตรงจุดนั้นก็จะเป็นเครื่องป้องกันให้ปลอดภัยให้บรรลุภารกิจได้ง่ายขึ้นอย่างถ้านับกัน อันนี้ให้เราพิจารณาตามนะ แต่ละจุดที่เราผ่านในการเดินจิตสามารถใช้ประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาที่เราใช้ในการศึกสงครามในการป้องกัน ในขณะที่เราจับลมหายใจเป็นแพรวไหมเห็นเป็นประกายพรึกระยิบระยับเป็นกากเพชรเข้ามาในกาย อันที่จริงแล้วภาพนิมิตที่ปรากฏอาการที่เราฝึกกับลมหายใจ จริงๆก็จะถูกนำไปใช้เวลาที่เสกเป่าเวลาที่สวดพุทธคุณหรือภาวนาบริกรรมในคาถาต่างๆ จากนั้นเวลาเป่าก็คือเป่าลมหายใจเห็นลมหายใจที่เป่าออกเป็นคาถาเป็นเพชรประกายพรึกไปยังจุด ไปยังที่หมายไปยังสิ่งที่เราต้องการอธิษฐานเสกเป่า หยุดเลือดเป่าอาการบาดเจ็บเป่าไปด้วยจิตที่รวมเป็นหนึ่ง อันนี้ก็สามารถใช้ได้ ตอนนี้ให้เราทุกคนกายทิพย์อยู่บนพระนิพพานแยก 2 ส่วนกายเนื้ออยู่บนโลกมนุษย์กำหนดจิตเป่าให้เห็นเป็นประกายพรึกเป็นระยิบระยับเป็นกากเพชรพวยพุ่งจากลมหายใจออกที่เราเป่า คราวนี้กำหนดจิตน้อมนึกภาพเป่าให้คลื่นกระแสไอปีศาจไอศพบริเวณชายแดนทั้งหมด กำหนดจิตเป่าออกไปให้สลายออกไปจากเขตแดน ให้สลายออกไปจากหน่วยทหาร ให้สลายออกไปจนหมดเราเป่าด้วยภาคทิพย์ เราอยู่ที่ไหนจิตถึงพลังถึงกระแสพุทธานุภาพถึงอธิษฐานขอพุทธานุภาพเป่าให้ไอพิษไอปีศาจเชื้อโรคทั้งหลายสลายตัวออกไปให้หมดอันนี้ก็คือการเสกเป่าคือใช้จากการที่เราฝึกเห็นลมหายใจเหมือนกับแพรวไหมนั่นแหละ เอาไปใช้ปราณได้ ฝึกปราณฝึกพลังความอดทนทางกายได้ใช้เสกเป่าได้ จากนั้นต่อมาเมื่อลมหายใจสบายสงบ เรากำหนดจิตหยุดจิตนิ่งหยุดการหยุดจิตนั้นนอกเหนือจากหยุดจิตเราหยุดจิตเราได้ เรากำหนดหยุดจิตผู้อื่นเป็นนะจังงัง หยุดจิตผู้อื่นให้เป็น นะจังงังกำหนดจิตหยุด
๑. คือหยุดจิตผู้อื่นเป็นนะจังงัง
๒. กำหนดว่าจิตเรามีกำลังตวาดป่าหิมพานต์คือกำหนดใช้ตัวหยุดตวาดไปพร้อมกับเสียงสั่งให้หยุด อันนี้ต้องฝึกฝนต้องใช้ ตบะต้องใช้พลังตวาดให้หยุดให้คู่ต่อสู้ให้ข้าศึกนั้นหยุดชะงักมีจังหวะของเราได้ อันนี้ก็คือการใช้กระแสจิตจากที่เราฝึกในภาคในสถานการณ์ที่เป็นเหตุของศึกสงครามต่างๆ นอกเหนือจากนั้นการหยุดนั้นก็คือเป็นการเข้าสู่ฌาน๔ ทำให้จิตรวมเป็นหนึ่งเมื่อจิตเรานิ่งหยุดรวมเป็นหนึ่ง จิตก็จะมีพลังเต็มที่ เราก็สามารถที่จะว่าคาถาต่างๆอาคมต่างๆ เช่นในขณะที่จิตเราหยุดนิ่งเราก็ ภาวนาคาถา “ พุทธังกำบัง ธัมมังกำบัง สังฆังกำบัง ” อันนี้ก็พูดเผื่อไว้สำหรับหากอนาคตมีทหารตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ฟังในขณะที่หยุดจิตก็กำหนดอธิษฐานใช้คาถากำบังตัวไม่ให้ข้าศึกศัตรูเห็นตัวเราได้ ในขณะที่เราเดินลาดตระเวนบ้างในขณะที่เราประจำอยู่ที่ฐานบ้าง อันนี้ก็คือการประยุกต์ใช้สมาธิจิตที่เราฝึกฝนกันนะซึ่งเราเองในฐานะผู้ที่ฝึกผู้ที่ปฏิบัติเราก็อาจจะไปพบหรือไปเจอกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้ก็จะได้เป็นความรู้ไปประยุกต์ใช้ติดตัวว่าเราเป็นศิษย์ที่มีอาจารย์ สามารถใช้วิชาต่างๆอาคมต่างๆคาถาทั้งหลายเกิดผลจากตัวหยุดเคลื่อนไป
เราก็ฝึกเดินจิตต่อเข้าสู่กสิณ การได้กสิณก็เป็นอภิญญาดินน้ำลมไฟดินน้ำลมไฟคือธาตุทั้ง ๔ คืออภิญญาจิตอันที่จริงจุดนี้ก็สามารถที่จะอธิษฐานได้ดั่งใจนึกอธิษฐานให้ธาตุดินน้ำลมไฟของเราแข็งเป็นประดุจเพชร ตอนนี้ให้เราฝึกทำตาม กำหนดจิตให้เห็นกายเนื้อของเราเป็นเพชรทั้งกาย กำหนดจิตอาราธนาบารมีพระคือพระพุทธเจ้ากระแสจากพระนิพพานลงมาเห็นตรงอกของเรา กลางกระหม่อมของเรา หลังของเราปรากฏเป็นยันต์เกราะเพชร กายของเราเป็นเพชรทั้งหมด อธิษฐานขอพุทธานุภาพมาสถิตประสิทธิ์ประสาทพิทักษ์รักษาให้กายขันธ์ ๕ ของข้าพเจ้านี้เป็นดั่งเพชรกล้า อันนี้ก็จะมีคาถาเฉพาะ “ โอมเพชรคงคง พุทธังคงหนัง ธัมมังคงเนื้อ สังฆังคงกระดูก โอมประสิทธิ ประสิทธิ ประสิทธิ ” จากนั้นอธิษฐานจิตเห็นกายของเราเป็นเพชรแข็งแกร่งไม่มีศาสตราวุธใดทานทนเข้าเนื้อ ได้เลือดกับขันธ์ ๕ นี้ได้ กำหนดจิตเห็นกายของเราเป็นเพชรขันธ์ ๕ นี้ธาตุทั้ง ๔ เป็นเพชร ยันต์เกราะเพชรปรากฏขึ้นชัดเจนเมื่อกำหนดจิตทำได้แล้วเราก็อธิษฐาน ฝึกที่จะใช้ฝึกที่อธิษฐานในขณะที่จิตประภัสสรที่สุดสว่างที่สุดจิตเป็นสุขที่สุดว่าคาถา คาถาก็สำเร็จโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากเราอยู่ในจุดที่คับขันแต่เราสามารถทรงอารมณ์จนจิตยังประภัสสรอยู่ได้ จิตมันจะยิ่งจะควบจะรวมตัวยิ่งเกิดผลมากขึ้น จำไว้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราอยู่ในภาวะคับขัน จิตมันจะมีกำลังที่รวมตัวมากกว่ายามปกติ ยามปกติมันสบายๆมันปล่อยง่วงบ้าง แต่ที่เมื่อไหร่มันคับขันมันเกิดความกลัวแต่เราแข็งใจที่จะทรงอารมณ์ทรงภาพพระทรงจิตประภัสสรไว้ได้ จิตมันจะรวมตัวเป็นหนึ่ง ควบแน่นอัดแน่นมากกว่าสภาวะปกติ กำลังจิตตานุภาพมันก็จะเพิ่มพูนมากกว่าปกติ สำหรับเรื่องจิตประภัสสรกำลังในความเป็นเพชรประกายพรึกของจิตตรงนี้ก็ประยุกต์ใช้ได้อีกหลายขั้นตอน
คราวนี้ก็ต่อมาเป็นอีกจุดหนึ่งที่สำคัญคือในส่วนของการที่เราหรือบุคคลต่างๆที่ปฏิบัติเจริญพระกรรมฐานจนได้สมาบัติ ๘ คืออรูปสมาบัติ อรูปสมาบัตินั้นในเคล็ดวิชาของวิชาธรรมกายเราสามารถใช้อรูปสมาบัติดับล้างอวิชชา คือคุณไสยทั้งหลายคุณผีคุณคนวิชาคุณไสยมนต์ดำทั้งหลายสลายให้กลายเป็นความว่างไปให้หมด สลายอวิชชาให้เป็นความว่างไปให้หมดกำหนดจิตอธิษฐานขอบารมีพระพุทธเจ้าคุ้มครองกายจิตเราให้เกิดภยันตราย อธิษฐานจิตกำหนดอรูป สิ่งใดที่เป็นอวิชชาคุณไสยคุณผีคุณคน ผูกดวงจิตดวงวิญญาณผีตายโหงทหารที่ตายจากศึกสงครามมาเป็นทาสรับใช้มาเป็นวิญญาณทำร้ายทำลายทหารไทยเราอธิษฐานจิตขอบารมีพุทธานุภาพเนื่องไปเป็นกระแสอรูปสมาบัติดับล้างอวิชชาคุณไสย ถอนของสลายดับไปให้หมดว่างโล่งไปให้หมดว่างโล่งตลอดเขตแนวชายแดน สิ่งใดที่เป็นคุณไสยส่งมาแล้วถึงแล้วก็จงสลายล้างดับล้างค่ายทหาร ฐานทหารทั้งหมดสลายล้างอวิชชาคุณไสยเหลือแต่พลังแห่งพุทธคุณ กำหนดจิตอธิษฐานขอบารมีพุทธานุภาพ กำหนดนะตอนนี้ให้ทรงตัวอยู่บนพระนิพพานกายพระวิสุทธิเทพ ขออาราธนาบารมีพุทธานุภาพธรรมานุภาพสังฆานุภาพกระแสทานศีลภาวนาบารมี ๓๐ ทัศของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์พระอรหันต์ทุกพระองค์ บุญฤทธิ์เทพฤทธิ์อิทธิฤทธิ์ของเทวดาพรหมผู้เป็นสัมมาทิฐิลงมาประสิทธิ์ประสาทวัตถุมงคล ธงมหาพิชัยสงครามในค่ายทหาร ธงไตรรงค์ทั้งหลายทุกผืนขอจงมีกำลังพุทธานุภาพพระชัยหลังช้างพระยอดธงที่ถูกอันเชิญมาสถิตประจำทัพประจำฐานวัตถุมงคลทั้งหลายของครูบาอาจารย์ทุกท่านทุกๆพระองค์ ขอพุทธานุภาพจงมาสถิตจนเกิดเป็นแสงสว่างเป็นกำลังพุทธคุณคุ้มครองฐาน ฐานทัพฐานปฏิบัติการคุ้มครองทหารทุกคนจากนั้นเรากำหนดน้อมจิตพิจารณาขอญาณเครื่องรู้ขอบข่ายญาณอันไม่มีประมาณ จิตให้เห็นกำหนดรู้ มองลงมาจากพระนิพพานให้เห็นทหารทุกคนที่อยู่ประจำการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตที่กระทบ พิทักษ์รักษาดินแดนที่ต่อติดกับเขมร เรากำหนดจิตอธิษฐานขอพุทธานุภาพองค์พระลงมามีพระ ๓ ฐานคุมเหนือศีรษะในศีรษะในอกทหารทุกคน อธิษฐานขออาราธนายันต์เกราะเพชรของพระพุทธเจ้าเป็นบารมี เป็นกำลังของพระพุทธเจ้าขอบูรพาจารย์ต้นวิชาแห่งธงพิชัยสงคราม คือพระอรหันต์ตั้งแต่ยุคกรุงสุโขทัยพระร่วงเจ้า ขออาราธนาครูบาอาจารย์ที่สืบต่อสรรพวิชาจนมาถึงยันต์เกราะเพชรมีหลวงปู่ปานวัดบางนมโคมีหลวงพ่อฤาษีมีองค์ปัจจุบันที่สามารถเป่ายันต์เกราะเพชรได้คือหลวงพี่เล็กวัดท่าขนุน ขอเมตตาสงเคราะห์อาราธนากำลังพุทธานุภาพแรงครูบาอาจารย์มาประสิทธิ์ประสาท ขอท่านจงปรากฏกายทิพย์เป่ายันต์เกราะเพชรให้ส่งถึงเสื้อเกราะทั้งด้านหน้าด้านหลังทหารหาญทุกคนในชาติ ขอยันต์เกราะเพชรมาประทับตราตรึงติดอยู่บนหมวกนิรภัยหมวกกันกระสุนเสื้อเกราะกันกระสุนคุ้มครองรักษาชีวิตทหาหาญให้ปลอดภัยจากศึกสงครามจากอาวุธจากกระสุนจากคมมีดจากขวากหนาม จากลวดหนามในสนามรบจากระเบิดจากสะเก็ดระเบิดจากจรวดจากอาวุธนำวิถีทั้งหลายปืนใหญ่ทั้งหลาย ขอยันต์เกราะเพชรมาประสิทธิ์ประสาทหากไม่เกินอำนาจกฎของกรรมก็ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยทุกคน จากนั้นก็กำหนดอธิษฐานต่อนะขอกำลังแห่งพุทธานุภาพอาราธนาองค์พระมาประทับอยู่เหนือฐานทุกแห่งบังเกอร์ทุกฐาน บารมีพระคลุมทั้งหมดพุทธานุภาพคลุมคุ้มครองทั้งหมด ฐานทัพฐานย่อยบังเกอร์ขนาดย่อมตามสนามเพลาะคือบังเกอร์ขนาดย่อมที่ประจำการอยู่ติดชายแดนแนวเขตที่ตรึงกำลัง เราอธิษฐานจากนั้นอธิษฐานจิตต่อไปขอเกิดเป็นกำแพงแก้วแห่งยันต์เกราะเพชรเกิดกำแพงแก้วแห่งธงพิชัยสงครามตรึงอาณาเขตตามที่ทุกคนปวงชนชาวไทยเรียกร้องให้ตั้งรั้วกั้นอาณาเขตดินแดน เราอธิษฐานจิตก่อเกิดภาคทิพย์อภิญญาเป็นกำแพงแก้วกำแพงเพชรมียันต์เกราะเพชรมีธงพิชัยสงครามลายแห่งธงพิชัยสงครามเป็นยันต์ปรากฏป้องกันคุ้มครองไม่ให้ข้าศึกอริราชศัตรูสามารถกล้ำกรายเข้ามาในเขตแดนไทยได้ และขอป้องกันอวิชชาคุณไสยทั้งปวงดวงจิตดวงวิญญาณผีสางทั้งหลายเปรตอสูรกายทั้งหลายอวิชชาคุณไสยมนต์ดำทั้งหลายไม่อาจผ่านเขตแนวป้องกันแห่งพุทธานุภาพยันต์เกราะเพชรธงมหาพิชัยสงครามนี้ไปได้กำแพงจงผนึกด้วยกำลังของฌานสมาบัติที่อัญเชิญอาราธนาบารมีของพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพสังฆานุภาพกำลังความศักดิ์สิทธิ์แห่งครูบาอาจารย์ทุกท่านทุกๆพระองค์มีหลวงพ่อพระราชพรหมญาณเป็นที่สุดมาสถิตรักษาด้วยเถิด ขออาราธนาดวงจิตดวงวิญญาณตอนนี้บางคนก็เริ่มเห็นแล้วนะ ทหารกล้านักรบไทยบรรพบุรุษทั้งหลายแม่ทัพเอกทั้งหลายของไทยที่ท่านยังมีความห่วงหวงแหน ผืนแผ่นดินนี้อยู่ขอให้ท่านเมตตาปรากฏตรึงทัพเป็นแรงกำลังช่วยเหลือลูกหลานให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยทั้งปวง ขอเมตตามาผลักจากอันตรายมาป้องกันมากำบังมาสงเคราะห์ให้ลูกหลานทหารหาญทุกคนปลอดภัยด้วยเถิด กำหนดนะเห็นนะเห็นทหารไทยในชุดโบราณไหม บางคนก็เห็นในชุดที่ใส่เครื่องรบมีหมวก บางคนก็เห็นสวมผ้ายันต์นุ่งหยั่งรั้งสั้นๆ กำหนดจิตนะน้อมใจน้อมกระแสบุญกุศลส่งถึงทุกท่านทุกๆพระองค์อันนี้ก็ถือว่าเราช่วยกันทำงานในภาคทิพย์เป็นงานในส่วนที่ปกป้องคุ้มครองรักษาป้องกันทหารไทย จากนั้นอธิษฐานจิตต่อไปนะขอบารมีพระพุทธองค์ทรงสงเคราะห์บารมีหลวงพ่อสงเคราะห์ขอญาณเครื่องรู้ของข้าพเจ้านี้น้อมรวมสื่อสารถึงขอพระภูมิเจ้าที่เจ้าที่เจ้าทางเจ้าป่าเจ้าเขาในอาณาเขตบริเวณที่เกิดศึกสงครามท่านทั้งหลายที่เป็นใหญ่ในดินแดนเป็นเทวดารักษาเขต ขอจงปรากฏขึ้นด้วยเถิดเห็นไหมท่านมาปรากฎไหมเมื่อมาปรากฏแล้วเราก็น้อมจิตนะกราบเรียนท่านว่าประเทศไทยนี้เป็นดินแดนจารึกพระพุทธศาสนา ในขณะที่ทางเขมรนั้นเขาสร้างเวรสร้างกรรมจากการโกหกหลอกลวงจากการฉ้อฉลคดโกงเบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบสแกมเมอร์เงินทองทรัพย์สินของคนทั้งโลกหลายประเทศจนหมดเนื้อหมดตัว ทำบ่อนคาสิโนจนคนทุกข์ยากเป็นอบายมุขสร้างเวรสร้างกรรมเป็นกรรมที่เป็นเผ่าพันธุ์เขมรคือกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ กัมมะพันธุ สังหารหมู่คนในชาติตัวเองเป็นล้านคน กรรมปาณาติบาต กรรมอทินนาทาน กรรมมุสาวาทเป็นประเทศที่ก่อเวรก่อกรรม ในขณะที่แผ่นดินไทยคนไทยมากมายรักษาศีลปฏิบัติเจริญพระกรรมฐานปฏิบัติเพื่อมรรคผลพระนิพพาน ขอบุญกุศลจากเขตแดนของไทยที่สร้างทั้งบุญถวายมหาสังฆทานบุญรักษาศีลบุญภาวนาเจริญพระกรรมฐานบุญแผ่เมตตาบุญสวดมนต์ขอให้ภุมเทวดารุกขเทวดาเจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าที่เจ้าทางเทวดารักษาเขต ได้มีส่วนร่วมในบุญและเมตตาพิทักษ์รักษาคุ้มครองทหารหาญของไทยให้ปลอดภัยจากภยันอันตรายจากศึกสงครามทั้งปวง หากมีระเบิดก็ดีโดรนก็ดีทิ้งลงมาทำอันตรายต่อฐานทัพทำอันตรายต่อธงต่อวัตถุมงคลที่มีพุทธานุภาพก็ขอให้เทวดาที่มีฤทธิ์อำนาจเต็มในเขตดินแดนที่ท่านดูแลอยู่นั้นเมตตาปัดระเบิด นะปัดตลอด นะปัดเป่า นะปัดให้พ้น นะปัดให้สลายหายไปให้หมดไม่ต้องไม่เป็นอันตรายกับฐานทัพกับทหารทั้งหลายที่ปฏิบัติหน้าที่ในทุกฐานในทุกทัพในทุกบังเกอร์ด้วยเถิด จากนั้นเราดูนะท่านเมตตาไหมท่านพยักหน้าไหมท่านก็บอกว่าถ้าจุดใดไม่เกินวาระกฎของกรรมจริงๆอยู่ในเขตที่ช่วยได้จริงๆท่านก็จะช่วยนะอันนี้ก็ถือว่าท่านเมตตาช่วยเต็มที่แล้ว พอเราดำเนินการตรงจุดต่างๆเหล่านี้เสร็จเราก็กำหนดจิตทรงอารมณ์อยู่บนพระนิพพานไว้ก่อน ตั้งจิตอธิษฐานนะขอกำลังพุทธานุภาพธรรมานุภาพสังฆานุภาพน้อมรวมลงมา ขอกระแสบุญทั้งหลายทานศีลภาวนามหาสังฆทานที่ถวายโดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาสังฆทานที่ถวายที่บ้านสายลมเป็นจำนวน ๒๐ ชุดในวันนี้ ทางหมู่คณะได้อาราธนาอธิษฐานขออัญเชิญดวงจิตดวงวิญญาณทหารวีรชนที่เสียชีวิตในศึกสงคราม ๑๕ ท่านมาปรากฏท่านก็ได้โมทนาบุญไป ขอให้ท่านทั้งหลายมาปรากฏกับเครือข่ายญาณสมาธิในการเจริญกรรมฐานให้เห็นภาพว่าท่านไปเสวยบุญจากผลบุญที่อุทิศให้ยังสวรรค์ชั้นใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นท่านที่ยังมีความห่วงใยในผืนแผ่นดินบ้านเมืองมีความห่วงใยคุณพ่อคุณแม่ญาติพี่น้องปรากฏปรับภพภูมิเป็นภุมเทวดา ท่านที่เสวยบุญกุศลขึ้นไปเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาและท่านที่น้อมรำลึกนึกถึงบุญไปเสวยปรากฏอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ก็ขอให้ท่านเมตตามาปรากฏให้เห็น ขอน้อมบุญจากการเจริญพระกรรมฐานถึงทุกท่านทุกคนด้วยเทอญ ใครที่สัมผัสได้กายเนื้อก็อาจจะมีอาการขนลุกและวันนี้ก็มีประสบการณ์ในขณะที่ถวายมหาสังฆทาน พอดวงวิญญาณทหารเข้ามากันมากก็เป็นกำลังกดลงมาอาจารย์ยกพระปรากฏว่ายกไม่ขึ้นเหมือนกับอธิษฐานพระเสี่ยงทายหนักเบาขยับไม่ได้จนต้องเอ่ยปากบอกว่าให้ยกคือให้ดวงวิญญาณทหารเขามาไม่ใช่เป็นพลังกดลงมา ให้ยกคราวนี้ถึงยกได้อันนี้ก็เป็นประสบการณ์นะที่สัมผัสตรง
ต่อมาตอนนี้เมื่อเราน้อมจิตอุทิศส่วนกุศลถึงทหารหาญแล้ว เราก็ตั้งใจนะอธิษฐานว่าขอให้กำลังจิตกำลังสมาธิกำลังอภิญญา ใครที่มีจิตศรัทธาเสียสละตั้งใจที่จะช่วยบ้านเมือง เราไม่ได้มีหน้าที่ชาตินี้ที่จะออกไปรบแต่เราสามารถช่วยชาติช่วยทหารหาญด้วยการเป็นกองทัพธรรมทำงานภาคทิพย์ซึ่งบางครั้งสิ่งที่มันพลิกจากวิกฤตให้รอดพ้นขึ้นมาได้อย่างอัศจรรย์ก็คืองานที่ต้องทำด้วยภาคทิพย์นี้แหละ สมัยองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ มีพายุมีภัยพิบัติเข้ามาท่านก็ปัดให้พายุไปได้ทุกครั้ง มาบัดนี้ก็เป็นสิ่งที่เราปวงชนชาวไทยทั้งหลายต้องช่วยกันร่วมมือกันเราทำงานภาคทิพย์ให้กับชาติบ้านเมือง ใครที่มีจิตศรัทธาเราก็ทำแบบนี้ตามที่อาจารย์สอนตามที่อาจารย์พาทำไว้ทุกวัน ทหารทุกคนก็อาจจะไม่ได้ฝึกสมาธิฝึกกรรมฐานอย่างที่เราฝึก แต่เราก็สามารถอาราธนาบารมีพระคลุมให้เขาได้คุ้มครองให้เขาได้อันนี้อธิษฐานนะอธิษฐานขอบารมีพระไม่ต้องทำด้วยกำลังเราเองเรายกจิตขึ้นไปขอบารมีพระแล้วน้อมเป็นกระแสลงมาคุ้มครองช่วยเหลือ อันนี้ก็ถือว่าเป็นกรรมฐานในยามศึกแล้วก็เป็นกรรมฐานที่เราทำได้โดยไม่ผิดไม่บาปไม่ผิดศีล ไม่เป็นเครื่องขัดขวางมรรคผลพระนิพพานของเรา มิหนำซ้ำตรงนี้ถือว่าเป็นความเสียสละเป็นปฏิปทาสาธารณประโยชน์เป็นกำลังใจที่เราตั้งใจรักษาดินแดนที่จารึกพระพุทธศาสนาที่พระพุทธองค์ทรงฝากไว้ กลายเป็นว่ายิ่งยิ่งเข้านิพพานง่ายขึ้นไปอีกตามคำสั่งของหลวงพ่อรักษาปฏิปทาสาธารณประโยชน์รักษาอภิญญาสมาบัติ สิ่งสำคัญคือมีอภิญญาสมาบัติแล้วเราใช้เพื่อชาติบ้านเมืองได้ใช้เพื่อนำพาจิตตนเข้าสู่มรรคผลนิพพานได้ ตรงนี้พอเราเข้าใจแล้วก็ให้เราตั้งจิตนะอย่าเห็นแก่ตัวทำแค่ตัวเองทำเพื่อส่วนรวมด้วยเสมอ เมื่อเราน้อมจิตตั้งกำลังใจได้ดีแล้ว สมควรกับเวลาเราอาราธนาบารมีขอบารมีพระท่านสงเคราะห์แผ่เมตตาลงมายัง ๓ ภพภูมินับตั้งแต่อรูปพรหมทั้ง ๔ กระแสกุศลกระแสบุญแผ่เมตตากระแสจากพระนิพพานลงไปนะ น้อมกระแสลงไปถึงพรหมโลกทั้ง ๑๖ ชั้น แผ่เมตตาลงไปยังอากาศเทวดาทั้ง ๖ ชั้น แผ่เมตตาน้อมกระแสจากพระนิพพานลงไปยังรุกขเทวดา ภุมเทวดาทั่วจักรวาลทุกดวงดาว แผ่เมตตาต่อไปยังมนุษย์และสัตว์ที่มีขันธ์ ๕ กายเนื้อภพที่เป็นกลาง ในโลกในทุกดวงดาวทั่วอนันตจักรวาล แผ่เมตตาต่อไปยังภพของโอปปาติกะสัมภเวสีทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งนะ แผ่ปรับภพภูมิให้กับดวงจิตดวงวิญญาณทหารเขมรที่ตายที่เสียชีวิตในสงคราม ดวงวิญญาณของประชาชนชาวเขมรที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ทุ่งสังหาร Killing Fields เป็นจำนวน ๓ ล้านศพทหารเขมร ๖๐๐๐ กว่าคนแผ่เมตตาปรับภพภูมิสลายล้างความอาฆาตพยาบาท สลายล้างความโกรธความเกลียดชังสลายล้างมลทินเครื่องเศร้าหมอง สล้ายล้างอวิชชาคุณไสยที่ผูกที่ตรึงที่ยึดที่มัดที่รัดดวงวิญญาณท่านที่ตายโหงจากสงครามนี้มาใช้ มาเป็นบริวาร ขอพันธนาการทั้งหลายจงหลุดจงสลายจงคลายตัวไปให้หมด อวิชชาทั้งหลายจงคืนไปยังผู้กระทำทั้งหมดเป็นไปตามวิสัยแห่งกฎของกันด้วยกำลังของพุทธานุภาพด้วยกำลังของเมตตาอันไม่มีประมาณ จงสะเดาะตรวนทั้งหลาย มนต์ทั้งหลายอวิชชาทั้งหลายจงคลายจงหลุดออกไปด้วยพุทธานุภาพด้วยเมตตาอันไม่มีประมาณด้วยเถิด จากนั้นกำหนดจิตนะแผ่เมตตาต่อไปยังภพของเปรตอสูรกายทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตแดนชายแดนทั้งหลายสลายกรรมจงคลายตัววิบากจงคลายตัวจงโมทนาบุญจงอโหสิกรรมจงอนุโมทนาบุญ กระแสพลังงานกระแสของความทุกข์ความลำบากจงสลายตัวไปจงคลายตัวไปและขอให้กระแสอันเป็นโทษภัยนี้ไม่อาจกล้ำกรายเข้ามาในเขตดินแดนประเทศไทยไม่อาจก้าวพ้นผ่านพ้นเข้ามาในเขตที่ตรึงเป็นกำแพงยันต์มหาพิชัยสงครามกำแพงยันต์เกราะเพชรไม่อาจผ่านมาได้ด้วยพุทธานุภาพด้วยเถิด จากนั้นแผ่เมตตาต่อไปอย่างนรกภูมิทุกขุม สรรพสัตว์ดวงจิตที่เสวยวิบากกรรมเป็นสัตว์นรกขอกระแสจากพระนิพพานน้อมรวมมารอเป็นบุญที่มาส่งในยามที่ท่านทั้งหลายพ้นจากเวรภัย จากนั้นกำหนดอาราธนาพุทธานุภาพธรรมานุภาพสังฆานุภาพกระแสบุญจากพระนิพพาน ส่องตรงลงมาคลุมประเทศไทยทั้งหมด อธิษฐานขอเป็นแสงสว่างเห็นแผนที่ประเทศไทยมียันต์เกราะเพชรปิดคลุมทั้งหมด พุทธังกำแพงแก้วธัมมังกำแพงแก้วสังฆังกำแพงแก้วยันต์เกราะเพชรมาสถิตรักษาคลุมประเทศไทยจากภัยพิบัติจากศึกสงครามจากเชื้อโรคจากอาวุธชีวภาพจากอาวุธเคมีจากอาวุธนิวเคลียร์จากอาวุธเลเซอร์จากโรคระบาด จากภัยพิบัติจากอวิชชาจากคุณไสยจากเวทย์มนต์ดำทั้งปวง ขอจงมีความบริสุทธิ์มีความสะอาดมีแต่บุญกุศลเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงดินแดนแห่งนี้ ขอแม่พระธรณีเมตตาปรากฏผุดขึ้นปรากฏเป็นนิมิตกลางแผนที่ประเทศไทย ขอแม่พระธรณีเมตตาบีบมวยผมอันเกิดขึ้นจากบุญที่ชาวทำทั้งหลายได้สร้างทานศีลภาวนาหยาดน้ำกรวดมนต์ ขอบุญกุศลทั้งหลายแม่พระธรณีนี่นี้เป็นพยานยามครั้งพุทธกาลแม่พระธรณีเป็นพยานบุญฉันใดก็ขอให้แม่พระธรณีเป็นพยานบุญความดีของปวงชนชาวไทยทานศีลภาวนาขอจงชนะหมู่เหล่าเสนาพญามารทั้งหลายที่จะนำพาอบายมุขการผิดศีลความอกตัญญูความชังชาติทั้งหลายเข้ามาในประเทศไทย ขอแม่พระธรณีหยาดน้ำแห่งบุญกุศลชำระล้างให้บุคคลที่พาล บุคคลที่เป็นศัตรูภายในของประเทศชาติแผ่นดิน บุคคลที่จ้องทำลายพระพุทธศาสนาทำลายความสามัคคี จ้องทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์จ้องกอบโกยโกงกินชาติบ้านเมืองด้วยความโลภโมโทสัน เป็นพญาเสนามารทั้งหลายขอบุญทั้งหลายแห่งแม่พระธรณีหยาดน้ำหลั่งกลายเป็นมหาสมุทรแห่งบุญชำระล้างมารทั้งหลายให้พ่ายไปด้วยกำลังแห่งบุญฤทธิ์ กำหนดจิตนะจนเป็นความสว่างทุกอย่างเป็นไปตามกฎของกรรมเป็นไปตามวาระ ขอให้ทุกคนที่คิดร้ายแพ้ภัยตัวตนเองเป็นมหาสะท้อนย้อนกลับ เราไม่ทำร้ายเขาทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของกรรม เราอุเบกขาเราทำหน้าที่แต่เพียงนำพาให้ชาติให้แผ่นดินนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นสู่ยุคชาววิไลด้วยกำลังของบุญ อันนี้แต่ละคนก็กำหนดรู้ด้วยญาณเครื่องรู้ของเราเองนะ จากนั้นเมื่อสำเร็จเรียบร้อยแล้วก็อาราธนาบารมีขอกระแสจากพระนิพพานลงมาเป็นกระแสธรรมความบริสุทธิ์มรรคผลบุญกุศลทานศีลภาวนาลงสู่จิตสู่ใจของปวงชนชาวไทยของพุทธบริษัท ๔ ขอให้ความรู้ตื่นในคุณธรรมศีลธรรมจริยธรรมความรักชาติจงรู้ตื่นขึ้นในดวงจิตของสาธุชนพุทธบริษัท ๔ ทุกคนทุกวัยทุกเพศ ขอน้อมกระแสแห่งพระนิพพานกระแสพุทธานุภาพกระแสบุญลงมาที่พิทักษ์รักษาองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระบรมวงศานุวงศ์และบุคคลทั้งหลายที่มีจิตอันบริสุทธิ์ทํานุบํารุงช่วยเหลือประเทศชาติเสียสละเป็นจิตอาสา จะเป็นข้าราชการก็ดีทหารก็ดีตำรวจก็ดีหรือประชาชนทั่วไปก็ดีเป็นแพทย์ก็ดีท่านทั้งหลาย สถานการณ์ได้สร้างให้กระจ่างว่าบุคคลใดมีความเสียสละทำนุบำรุงชาติบ้านเมืองด้วยความจริงใจก็ขอให้กำลังบุญ ขอเทพพรหมเทวาเล็งทิพญาณเล็งทิพย์จักษุญาณและมองเห็นและเกื้อกูลสงเคราะห์ปกป้องทุกท่านให้ปลอดภัย มีเทพพรหมเทวาคอยพิทักษ์รักษาเป็นเทวดาคุ้มกายคุ้มครองด้วยเทอญ จากนั้นน้อมกระแสจากพระนิพพานกระแสบุญกระแสบุญมหาสังฆทานกระแสการรักษาศีลกระแสการเจริญสมถวิปัสสนาแผ่เมตตาสวดมนต์ ขอน้อมถวายแด่พระสยามเทวาธิราชพระเสื้อเมืองพระทรงเมืองพระหลักเมืองดวงพระวิญญาณของบูรพมหากษัตราธิราชเจ้าให้มีกำลัง ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษนักรบทั้งหลายขุนศึกทั้งหลายแม่ทัพนายกองทั้งหลายขอทุกท่านมีกำลังบุญฤทธิ์อิทธิฤทธิ์เทพฤทธิ์เต็มกำลังที่จะช่วยพิทักษ์รักษาบ้านเมืองดลจิตดลใจ ปกป้องคุ้มครองทหารหาญ ขอให้เจอทางสว่างเจอกลยุทธ์เจอหนทางแก้ไขแก้สถานการณ์ให้ผ่านพ้นวิกฤตได้ในทุกครั้งทุกวาระ ทุกเหตุการณ์ด้วยเถิด เมื่อเราอธิษฐานรวมให้ชาติศาสนาพระมหากษัตริย์แล้วคราวนี้เราก็กราบลาทุกท่านทุกๆพระองค์นะ สมควรแก่เวลาแล้วน้อมจิตกราบลาสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธเจ้าทุกพระองค์พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์พระอรหันต์ทุกพระองค์พระครูบาอาจารย์ที่ท่านเมตตามาปรากฏ ดวงพระวิญญาณของบูรพมหากษัตริย์บรรพบุรุษไทยนักรบกล้าที่มาปรากฏ กำหนดน้อมจิตกราบ เมื่อกราบลาแล้วก็พุ่งจิตเป็นแสงสว่างกลับมาที่กายเนื้อพร้อมกับอาราธนาบารมีพระคลุมร่างกายขันธ์ ๕ ป้องกันกายจิตจากทุกสรรพสิ่งจากอวิชชาทั้งปวง อธิษฐานน้อมกระแสบุญจากพระนิพพานลงมา ธาตุธรรมฟอกธาตุขันธ์ผมขนเล็บฟันหนังอาการ ๓๒ กลายเป็นเพชรประกายพรึก โครงกระดูกทั่วร่างกายกลายเป็นเพชรประกายพรึก หลอดเลือดเส้นเอ็นทั่วร่างกายกลายเป็นเพชรประกายพรึก เซลล์ทุกเซลล์กล้ามเนื้อทุกส่วนอาการทั้ง ๓๒ กลายเป็นเพชรประกายพรึก โรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายเซลล์มะเร็งเซลล์เนื้องอกเชื้อโรคจงสลายไปคลายตัวไปเล็กลงหดหายจากร้ายกลายเป็นปกติ เซลล์ทุกเซลล์ทั่วร่างอวัยวะทุกส่วนฟื้นตัวแข็งแรงมีกำลังแห่งบุญกุศลมีกระแสบุญหล่อเลี้ยง กายเนื้อธาตุขันธ์ของข้าพเจ้า กระแสบุญไหลเวียนโคจรทั่วร่างกายสลายล้างดับโรคภัยไข้เจ็บ จากนั้นอธิษฐานจิตนะขอบารมีบุญที่ข้าพเจ้ากระทำไว้ดีแล้วเปิดสายบุญสายทรัพย์สายสมบัติสายบารมีและขอให้การอธิษฐานจิตการสวดคาถาเงินล้านของข้าพเจ้าเกิดผลความศักดิ์สิทธิ์อัศจรรย์ ให้ข้าพเจ้ามีความคล่องตัวมีเงินทองไหลมาเทมาแม้ในยามศึกสงครามในยามวิกฤตก็ขอให้เอาตัวรอดนำพาตนพ้น มีโชคมีลาภมีความคล่องตัวทุกอย่างทุกประการ ขอเทวดาพรหมที่ท่านเป็นพ่อแม่เมตตาสงเคราะห์ช่วยเหลือเราทุกคนให้มีความคล่องตัวด้วยเถิด
จากนั้นให้เรากำหนดจิตนะโมทนาสาธุกับเพื่อนกัลยาณมิตรที่ร่วมกันเจริญพระกรรมฐานในวันนี้ โมทนาสาธุกับบุญที่เราสร้างร่วมกันถวายมหาสังฆทานอธิษฐานจิต บุญที่เราร่วมกันสร้างพระพุทธรูปพระเจ้าองค์แสนดวงจิตพระนิพพานให้บุญนั้นสำเร็จประโยชน์รวมถึงบุญทั้งหลายที่กัลยาณมิตรได้ทำโครงการต่างๆขอบุญที่แต่ละบุคคลไปทำมาบำเพ็ญมาสร้างสะสมเพาะบ่มมา ให้เราทุกคนได้โมทนาซึ่งกันและกันทั้งหมดมีส่วนร่วมในบุญในกุศลทั้งหมด บางคนไปปิดทองบางคนไปบูรณะพระพุทธรูปบางคนไปถวายพระอุณาโลมบางคนไปช่วยเหลือส่วนรวมช่วยเหลือทหารช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากบางคนไปบริจาคโลหิตเราก็โมทนาซึ่งกันและกันทั้งหมดให้กองบุญนั้นใหญ่ขึ้นเพิ่มพูนขึ้นและกองบุญนั้นก็ขอให้ย้อนมาปกคลุมคุ้มครองบ้านเมือง ให้แม่พระธรณีได้เป็นพยานในทุกครั้ง ในทุกกุศลในทุกบุญด้วยเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ จากนั้นถอนจิตช้าๆหายใจเข้าลึกๆช้าๆหายใจเข้าพุทออกโธ ครั้งที่ 2 ธัมโม ครั้งที่ 3 สังโฆ จากนั้นเราก็ค่อยๆถอนจิตจากสมาธิ จิตแย้มยิ้มเบิกบานมีกำลังพุทธานุภาพคุ้มครองเต็มกำลัง สำหรับช่วงนี้ก็ขอให้เราทุกคนพยายามอธิษฐานปลุกยันต์เกราะเพชรไว้ทุกวัน อาราธนาบารมีพระคลุมตัวทุกวัน ทรงภาพพระไว้หรือบางคนอธิษฐานสวดบทมงกุฎพระพุทธเจ้าก็กำหนดภาพนิมิตมงกุฎพระพุทธเจ้าคลุม ๙ จบไว้เป็นปกติ ช่วงนี้ก็มีกระแสคลื่นกระแสเข้ามาค่อนข้างเยอะเราก็พยายามป้องกันตัวเต็มกำลัง จะกินข้าวกินน้ำดื่มก็นึกถึงภาพพระมีกระแสจากพระนิพพานลงมาที่อาหารถวายข้าวพระ น้ำจับแก้วน้ำปุ๊บเครื่องดื่มอะไรก็ตามก็ให้เห็นว่ามีกระแสพุทธานุภาพมาชำระล้างก่อนเสมอ หยิบอะไรเข้าปากคำแรกก็พุทโธไว้ก่อนเสมอ ตื่นมาปุ๊บกลืนน้ำลายก็พุทโธธัมโมสังโฆ ๓ อึกไว้ ช่วงนี้ก็พยายามทรงอารมณ์ ทรงภาพพระให้เข้มข้นขึ้นเพื่อที่ว่าจิตเราจะได้ทรงกำลังเป็นปกติและการที่เราทรงกำลังปกติก็สามารถส่งกำลังไปช่วยเหลือคุ้มครองประเทศชาติบ้านเมืองและครอบครัวเราได้ด้วย สำหรับวันนี้ก็ขอโมทนาบุญกับทุกคนพบกันใหม่สัปดาห์หน้าก็ขอให้เราเก็บเล็กผสมน้อยนำปฏิปทานำวิชาที่ได้เรียนได้ฝึกได้ปฏิบัติไปใช้จนเกิดผล ใช้งานให้ได้สำเร็จกลายเป็นคนที่มีจิตศักดิ์สิทธิ์มีอภิญญาจิตมีอภิญญาฤทธิ์กันทุกคน และใช้ไปในทางที่ถูกในปฏิปทาสาธารณประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมืองด้วยเถิด พบกันใหม่สัปดาห์หน้าสำหรับวันนี้สวัสดี
ถอดเสียงและเรียบเรียง โดย คุณธรรมฉันทะ